ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รวบ 3 ค้าเร่เวียดนามจ่ายส่วยสติ๊กเกอร์-ใช้วีซ่าท่องเที่ยว ลอบค้าขายใน จ.นนทบุรี





ยังมีแรงงานข้ามชาติเข้าใจผิด คิดว่าจ่ายเงินให้ผู้อ้างตัวเป็นตำรวจในพื้นที่ แล้วพกสติกเกอร์ไว้แสดงเวลาถูกตรวจค้นจะสามารถขายของในประเทศไทยได้ ล่าสุดเป็นชาวเวียดนาม 3 คน ใน จ.นนทบุรี ลักลอบใช้หนังสือเดินทางแบบนักท่องเที่ยวเข้ามาค้าขายในไทยนาน 3 เดือน
วันนี้ (8 มิ.ย. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สติกเกอร์หลากหลายรูปแบบระบุวันที่ เดือน และปี ไว้อย่างชัดเจน เป็นสิ่งที่พ่อค้าและแม่ค้าชาวเวียดนามนำออกมาแสดง หลังชุดปฏิบัติการตรวจสอบการทำงานของคนต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เข้าตรวจจับระหว่างเร่ขายข้าวโพดและไส้กรอกย่างในซอยเรวดี 10 อ.เมือง จ.นนทบุรี
แรงงานชาวเวียดนามระบุว่า มีชายสวมหมวกปิดบังใบหน้าอ้างตัวเป็นตำรวจมาเรียกเก็บเงินเดือนละกว่า 2,000 บาท แลกกับสติกเกอร์เหล่านี้ เพื่อให้ขายของในพื้นที่ได้
ชาวเวียดนามกลุ่มนี้บอกว่า เดินทางเข้าประเทศไทยในลักษณะนักท่องเที่ยว มีหนังสือเดินทางอย่างถูกต้อง และมาเช่าบ้านอยู่ด้วยกันในซอยเรวดี 10 เพื่อค้าขายมานานประมาณ 3 เดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เวียดนามเป็น 1 ใน 49 ประเทศ ที่ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อพำนักในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน แต่ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ข้อยกเว้นดังกล่าวอาจเป็นช่องว่างให้ชาวเวียดนามลักลอบเข้ามาค้าขายในไทย
เมื่อตรวจสอบข้อมูลในหนังสือเดินทางของชาวเวียดนามทั้ง 3 คน พบว่ามีการตรวจลงตราอย่างต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 24 มี.ค.-22 เม.ย. 2559 และไปตรวจลงตราก่อนครบกำหนดในวันที่ 21 เม.ย.-20 พ.ค. 2559 และวันที่ 20 พ.ค. -18 มิ.ย. 2559
การลักลอบเข้าค้าขายในประเทศไทย ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่อนุญาตให้คนข้ามชาติทำ แรงงานชาวเวียดนามจึงเข้าข่ายทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 51 กฎหมายการทำงานของคนต่างด้าวปี 2551 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 2,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า การตรวจจับคนข้ามชาติลักลอบทำงานเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ถ้าหน่วยงานในพื้นที่ยังปล่อยปะละเลย ปัญหาคนข้ามชาติเข้ามาแย่งอาชีพคนไทยจะเพิ่มมากขึ้น   
ขอขอบพระคุณข้อมูลดีดี:https://news.thaipbs.or.th/content/252968



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สิทธิขั้นพื้นฐานที่หายไปของเด็ก...ลูกแรงงานข้ามชาติ อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/tpd/2883642

สถานประกอบการของไทยหลายแห่งยังคงต้องการแรงงานต่างด้าว เพราะประเทศไทยขาดแคลนแรงงานหลายระดับ ส่วนแรงงานต่างชาติเองก็ต้องการได้ค่าแรงในประเทศไทยซึ่งมากกว่าการทำงานในประเทศตนเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีประชากรต่างด้าวจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย เพื่อขายแรงงาน โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล คาดการณ์ว่าในเดือนธันวาคม ปี 2558 ไทยมีจำนวนประชากรแรงงานข้ามชาติรวมทั้งผู้ติดตามที่อาจจะเป็นสามีภรรยา ลูก รวมแล้วประมาณ 4,551,049 คน มากที่สุดคือ แรงงานประเทศเมียนมา จำนวน 2,782,880 คน รองลงมาคือ กัมพูชา 454,000 คน และลาว 281,971 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นผู้ติดตามทั้งหมดประมาณ 1,032,198 คน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติ มีจำนวนเด็กที่เกิดจากแรงงานต่างด้าว ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามีจำนวนที่แน่นอนเท่าไหร่ เพราะยังมีการสำรวจไม่ทั่วถึงครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีเด็กที่เป็นลูกแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ทำให้ไม่กล้าไปแจ้งเกิดบุตร ตลอดจนไม่มีความรู้เรื่องการแจ้งเกิด ทางด้านรัฐบาลไทยระบุว่า เด็กข้ามชาติ เป็นเด็กด้อยโอกาสและเปราะบางที่สุดในประเทศ และเด็กข้า...

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เห็นชอบให้แรงงานกัมพูชา ลาว เมียนมา กว่า 2,000,000 คน ที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดปี 2562 และ 2563 นำเข้า MOU โดยไม่ต้องเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

💖 หาต่างด้าวมาทำงาน💙คลิ๊ก💛   08-07-2019    New google_plus ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เผยแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา กลุ่มที่ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน และ 1 พฤศจิกายน 2562 และวันที่ 31 มีนาคม 2563 และการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่หมดอายุ ดำเนินการในลักษณะนำเข้าตาม MOU โดยไม่ต้องเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร โดยจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป  เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 ที่ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน  พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ครั้งที่ 1/2562 โดยมี  นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน  นางเพชรรัตน์  สินอวย  อธิบดีกรมการจัดหางาน  ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงม...

การจัดการแรงงานต่างด้าวของรัฐทำสำเร็จด้วยความยากลำบากก็จริง แต่การจะรักษาความสำเร็จเอาไว้ให้ได้ยิ่งยากกว่า

19 กรกฎาคม 2018 ทรัพยากรมนุษย์ ,  ทีดีอาร์ไอชวนอ่าน ,  บทความ ,  ประเด็นวิจัย กระทรวงแรงงาน ,  ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ,  แรงงานต่างด้าว รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ การปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service – OSS) ไปเมื่อ 30 มิถุนายน 2561 ถือว่าเป็นการสิ้นสุด “การนิรโทษกรรม” แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายและลักลอบทำงาน ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า ประการแรก  แรงงานต่างด้าวที่รอพิสูจน์สัญชาติจำนวนมากกว่า 900,000 คน รัฐบาลได้ใช้เวลาในการพิสูจน์สัญชาติได้แล้วเสร็จผ่านระบบ OSS ในพื้นที่ที่แรงงานต่างด้าวทำงานอยู่แล้ว ประการที่สอง  รัฐบาลยังใจดีนิรโทษกรรมนายจ้างให้พาแรงงานที่ทำงานกับนายจ้างก่อน 31 มีนาคม 2561 แต่หลักฐานไม่ตรงและ/หรือไม่มีหลักฐานเอกสารใดๆให้สามารถนำไปจดทะเบียนและพิสูจน์สัญชาติให้เรียบร้อยภายใน 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งก็ได้ใจนายจ้างเป็นจำนวนมากที่หาจังหวะนำแรงงานมาจดทะเบียนไม่ได้สักที เพราะกลัวกฎหมายใหม่ที่จะทำโทษนายจ้างค่อนข้างรุนแรง ถึงแม้จะบ่นเกี่ยวกับการทำงานกระบวนการจดทะเบียนและพิสูจน์สัญชาติว่ายุ่งยากซับซ้อนมากจนต้องพึ่งนายหน้าก็ตาม แ...