ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

นักวิชาการเเนะรัฐลดขั้นตอน MOU นำเข้าเเรงงานต่างด้าวง่ายขึ้น

ปี2016-03-07
นักวิชาการชี้ความต้องการเเรงงานต่างด้าวเเนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง เเนะภาครัฐวางกฎเกณฑ์ให้ชัด  จดทะเบียนตาม กม. ต้องปรับปรุงขั้นตอนตามเอ็มโอยูให้ยุ่งน้อยลง เลิกกังวลชาวพม่าหนีกลับประเทศ ตราบใดค่าจ้างยังต่ำ
วันที่ 4 มีนาคม 2559 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จัดประชุมนำเสนอผลงานโครงการศึกษาแนวโน้มแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยและผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวของประเทศไทย ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ
ดร.ณัฐนันท์ วิจิตรอักษร นักวิชาการ มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เปิดเผยกับสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ภายหลังการนำเสนอผลการศึกษา แนวโน้ม ความต้องการ และผลกระทบจากแรงงานต่างด้าว ถึงปัญหาว่า ความต้องการแรงงงานต่างด้าวของไทยขึ้นอยู่กับปัจจัยเชิงนโยบายเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น การเปิดจดทะเบียนแรงงานทำให้จำนวนแรงงานต่างด้าวในปีนั้น ๆ เพิ่มขึ้น หรือบางปีจำนวนแรงงานต่างด้าวลดลง เนื่องจากไม่ได้ต่ออายุใบอนุญาต ส่งผลให้จำนวนผู้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายผันผวน
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตจำนวนแรงงานต่างด้าวที่ต้องการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อาจจะเริ่มอืด เพราะอุตสาหกรรมปรับตัว เบื่อหน่ายกับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในประเทศ จึงย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งประมาณการณ์ตัวเลขคาดว่าจะมีผู้จดทะเบียนถูกกฎหมายประมาณ 4 ล้านคน ในปี 2563 ส่วนผู้ไม่จดทะเบียนจะมีจำนวนขึ้นลงตามสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ หากเมื่อใดที่เศรษฐกิจในประเทศไทยดีขึ้นจะมีการเข้ามาเพิ่ม
นักวิชาการ กล่าวต่อว่า แนวโน้มแรงงานต่างด้าวในประเทศจะมีจำนวนมากขึ้นหรือน้อยลง จึงขึ้นอยู่กับการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการพิสูจน์สัญชาติล่าช้า ทำให้หลายคนยังอยู่ในประเทศต่อไป จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งสร้างกฎเกณฑ์ใหม่ ปรับปรุงขั้นตอนเอ็มโอยูให้มีความยุ่งยากน้อยลง ลดค่าใช้จ่ายตามกระบวนการเอ็มโอยูให้เหมาะสมกับรายได้ของแรงงาน ขยายหรือกำหนดระยะเวลาของการจดทะเบียนให้สอดคล้องกับลักษณะงาน หรือการอนุญาตขอเปลี่ยนนายจ้างด้วยเหตุผลที่ชอบด้วยกฎหมายได้
ส่วนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ส่งผลให้แรงงานเชื้อชาติพม่ากลับประเทศ กระทบตลาดแรงงานไทย ดร.ณัฐนันท์ระบุว่า แรงงานหลายคนอยากกลับพม่า แต่ไม่ง่ายนัก ถามว่าอีก 5 ปี พม่าจะมีการพัฒนาไปข้างหน้ามากขนาดไหน ตราบใดที่ค่าจ้างแรงงานยังต่ำอยู่ก็จะเข้ามาในประเทศไทย แต่หากค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำแตะประมาณ 200 บาทขึ้นไป มีโอกาสกลับประเทศสูง เรื่องเหล่านี้ผู้ประกอบการไทยทราบ จึงย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
“ประชากรวัยแรงงานเริ่มขาดแคลน โดยจำนวนประชากรวัยแรงงานของไทยเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 2.3 และประชากรกลุ่มอายุต่ำกว่า 15 ปี ลดลงถึงร้อยละ 18 ส่วนกำลังแรงงานไทยช่วงอายุ 15-30 ปี ลดลงร้อยละ 11” นักวิชาการ กล่าว และว่า ขณะที่กำลังแรงงานต่างด้าวมีจำนวนเพิ่มขึ้น 3 เท่า และแรงงานไทยยังเป็นแรงงานสูงอายุมากขึ้น เฉลี่ย 51-60 ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 40
ดร.ณัฐนันท์ ยังกล่าวว่า เมื่อกำลังแรงงานไทยลดลง กำลังแรงงานต่างด้าวทดแทน ปัญหา คือ หากยังมีการบริหารจัดการรูปแบบเดิม จะไม่ทราบจำนวนแรงงานต่างด้าวในประเทศที่แน่นอน มีบางรายขึ้นทะเบียนแรงงานภาคเกษตรกรรม แต่กลับไปรับใช้ในบ้าน ฉะนั้นทำอย่างไรให้คนอยู่บนดินประมาณ 3 ล้านคน อยู่ต่อไป คนอยู่ใต้ดินประมาณ 2 ล้านคน ขึ้นมาอยู่บนดิน ผ่านนโยบายที่แน่นอน


หมายเหตุ เผยแพร่ครั้งแรกใน สำนักข่าวอิศรา เมื่อ 4 มีนาคม 2559 ในชื่อ นักวิชาการเเนะรัฐลดขั้นตอน MOU นำเข้าเเรงงานต่างด้าวง่ายขึ้น
ขอขอบพระคุณข้อมูลดีดีจาก:https://tdri.or.th/2016/03/20160307/




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สิทธิขั้นพื้นฐานที่หายไปของเด็ก...ลูกแรงงานข้ามชาติ อ่านต่อได้ที่ : https://www.ryt9.com/s/tpd/2883642

สถานประกอบการของไทยหลายแห่งยังคงต้องการแรงงานต่างด้าว เพราะประเทศไทยขาดแคลนแรงงานหลายระดับ ส่วนแรงงานต่างชาติเองก็ต้องการได้ค่าแรงในประเทศไทยซึ่งมากกว่าการทำงานในประเทศตนเอง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีประชากรต่างด้าวจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทย เพื่อขายแรงงาน โดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล คาดการณ์ว่าในเดือนธันวาคม ปี 2558 ไทยมีจำนวนประชากรแรงงานข้ามชาติรวมทั้งผู้ติดตามที่อาจจะเป็นสามีภรรยา ลูก รวมแล้วประมาณ 4,551,049 คน มากที่สุดคือ แรงงานประเทศเมียนมา จำนวน 2,782,880 คน รองลงมาคือ กัมพูชา 454,000 คน และลาว 281,971 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นผู้ติดตามทั้งหมดประมาณ 1,032,198 คน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ติดตามแรงงานข้ามชาติ มีจำนวนเด็กที่เกิดจากแรงงานต่างด้าว ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามีจำนวนที่แน่นอนเท่าไหร่ เพราะยังมีการสำรวจไม่ทั่วถึงครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีเด็กที่เป็นลูกแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ทำให้ไม่กล้าไปแจ้งเกิดบุตร ตลอดจนไม่มีความรู้เรื่องการแจ้งเกิด ทางด้านรัฐบาลไทยระบุว่า เด็กข้ามชาติ เป็นเด็กด้อยโอกาสและเปราะบางที่สุดในประเทศ และเด็กข้า...

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เห็นชอบให้แรงงานกัมพูชา ลาว เมียนมา กว่า 2,000,000 คน ที่ใบอนุญาตทำงานจะสิ้นสุดปี 2562 และ 2563 นำเข้า MOU โดยไม่ต้องเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร

💖 หาต่างด้าวมาทำงาน💙คลิ๊ก💛   08-07-2019    New google_plus ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เผยแนวทางการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา กลุ่มที่ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) จะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน และ 1 พฤศจิกายน 2562 และวันที่ 31 มีนาคม 2563 และการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่หมดอายุ ดำเนินการในลักษณะนำเข้าตาม MOU โดยไม่ต้องเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร โดยจะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป  เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2562 ที่ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน  พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ครั้งที่ 1/2562 โดยมี  นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน  นางเพชรรัตน์  สินอวย  อธิบดีกรมการจัดหางาน  ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงม...

การจัดการแรงงานต่างด้าวของรัฐทำสำเร็จด้วยความยากลำบากก็จริง แต่การจะรักษาความสำเร็จเอาไว้ให้ได้ยิ่งยากกว่า

19 กรกฎาคม 2018 ทรัพยากรมนุษย์ ,  ทีดีอาร์ไอชวนอ่าน ,  บทความ ,  ประเด็นวิจัย กระทรวงแรงงาน ,  ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ,  แรงงานต่างด้าว รศ.ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ การปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service – OSS) ไปเมื่อ 30 มิถุนายน 2561 ถือว่าเป็นการสิ้นสุด “การนิรโทษกรรม” แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายและลักลอบทำงาน ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะว่า ประการแรก  แรงงานต่างด้าวที่รอพิสูจน์สัญชาติจำนวนมากกว่า 900,000 คน รัฐบาลได้ใช้เวลาในการพิสูจน์สัญชาติได้แล้วเสร็จผ่านระบบ OSS ในพื้นที่ที่แรงงานต่างด้าวทำงานอยู่แล้ว ประการที่สอง  รัฐบาลยังใจดีนิรโทษกรรมนายจ้างให้พาแรงงานที่ทำงานกับนายจ้างก่อน 31 มีนาคม 2561 แต่หลักฐานไม่ตรงและ/หรือไม่มีหลักฐานเอกสารใดๆให้สามารถนำไปจดทะเบียนและพิสูจน์สัญชาติให้เรียบร้อยภายใน 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งก็ได้ใจนายจ้างเป็นจำนวนมากที่หาจังหวะนำแรงงานมาจดทะเบียนไม่ได้สักที เพราะกลัวกฎหมายใหม่ที่จะทำโทษนายจ้างค่อนข้างรุนแรง ถึงแม้จะบ่นเกี่ยวกับการทำงานกระบวนการจดทะเบียนและพิสูจน์สัญชาติว่ายุ่งยากซับซ้อนมากจนต้องพึ่งนายหน้าก็ตาม แ...